ในกระบวนการจัดซื้อขององค์กร คำว่า PR และ PO เป็นขั้นตอนสำคัญที่เชื่อมโยงกันโดยตรง แต่ในหลายองค์กร กระบวนการนี้ยังคงแยกส่วน ทำงานแบบแมนนวล (Manual) และทำให้เกิดความล่าช้าในการทำงาน การเข้าใจว่า PR PO คืออะไร และทำงานร่วมกันอย่างไรในรูปแบบ PR PO Workflow อย่างครบถ้วน จะช่วยให้องค์กรบริหารจัดการการจัดซื้อจัดจ้างได้อย่างมีประสิทธิภาพและควบคุมงบประมาณได้แม่นยำยิ่งขึ้น
PR กับ PO ต่างกันยังไง? สรุปความแตกต่างที่คนทำงานต้องรู้
หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดสำหรับคนทำงานคือ PO กับ PR ต่างกันอย่างไร เบื้องต้น แม้เอกสารทั้งสองประเภทจะอยู่ในกระบวนการจัดซื้อเหมือนกัน แต่บทบาทและวัตถุประสงค์การใช้งานนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง
PR (Purchase Request) คืออะไร?
ใบขอซื้อสินค้าหรือบริการ เป็นเอกสารที่เกิดขึ้นภายในองค์กร (Internal Document) เกิดขึ้นเป็นอันดับแรกเพื่อบอกว่า “เราต้องการซื้ออะไรและทำไมถึงต้องซื้อ” ถูกสร้างโดยพนักงานหรือแผนกที่ต้องการใช้งานสินค้าหรือบริการนั้น ๆ เพื่อขออนุมัติงบประมาณและแจ้งความต้องการไปยังฝ่ายจัดซื้อ
PO (Purchase Order) คืออะไร?
ใบสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ เป็นเอกสารภายนอกองค์กร (External Document) ที่จะเกิดขึ้นต่อเมื่อ PR ผ่านการอนุมัติและเลือกผู้ขายได้แล้ว ออกโดยฝ่ายจัดซื้อ (Purchasing Department) เพื่อส่งไปยังผู้ขาย (Supplier หรือ Vendor) เพื่อเป็นสัญญาและยืนยันการสั่งซื้ออย่างเป็นทางการ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ ใบ PO)
หากสรุปให้เห็นภาพชัดเจนว่า PO PR คืออะไรในแง่จุดเริ่มต้น PR เป็นจุดเริ่มต้นของการแจ้งความต้องการภายในองค์กร ในขณะที่ PO เป็นจุดที่ทำให้การซื้อขายเกิดขึ้นจริงกับคู่ค้าภายนอกนั่นเอง
เทียบให้ชัด ตารางสรุปความต่างระหว่าง PR vs PO ต่างกันยังไง
เพื่อให้เห็นภาพเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง PR (Purchase Request) และ PO (Purchase Order) ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถสรุปจุดสำคัญในแต่ละมิติได้ดังนี้
| ปัจจัย | PR (Purchase Request / ใบขอซื้อ) | PO (Purchase Order / ใบสั่งซื้อ) |
| ประเภทของเอกสาร | เอกสารภายในองค์กร (Internal Document) | เอกสารภายนอกองค์กร (External Document) |
| วัตถุประสงค์หลัก | แจ้งความต้องการซื้อและขออนุมัติงบประมาณ | ยืนยันคำสั่งซื้ออย่างเป็นทางการกับผู้ขาย |
| ผู้สร้างเอกสาร (Issuer) | พนักงานหรือแผนกผู้ใช้งาน (End-user / Requester) | ฝ่ายจัดซื้อ (Purchasing Department) |
| ผู้รับเอกสาร (Recipient) | หัวหน้างาน / ผู้อนุมัติ / ฝ่ายจัดซื้อ | ผู้ขายหรือซัพพลายเออร์ (Supplier / Vendor) |
| ผลผูกพันทางกฎหมาย | ไม่มี (เป็นเพียงกระบวนการควบคุมภายใน) | มี (ถือเป็นสัญญาซื้อขายทางกฎหมายเมื่อคู่ค้ารับเรื่อง) |
| ข้อมูลสำคัญในเอกสาร | – รายการสินค้า/บริการและสเปก – จำนวนที่ต้องการใช้ – เหตุผลความจำเป็น – รหัสศูนย์ต้นทุน (Cost Center) | – รายละเอียดสินค้าและราคาที่ตกลงกัน – เงื่อนไขการชำระเงิน (Credit Term) – กำหนดวันและสถานที่จัดส่ง – เงื่อนไขการรับประกัน/ข้อตกลง |
| ขั้นตอนใน Workflow | เกิดขึ้นเป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการ | เกิดขึ้นหลังจาก PR ได้รับการอนุมัติและเลือกผู้ขายแล้ว |
โครงสร้างและขั้นตอนของ PR PO Workflow ในองค์กร
โดยทั่วไป PR PO Workflow ที่เป็นระบบจะเริ่มจากการสร้างใบ PR และไหลผ่านขั้นตอนสำคัญต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการสั่งซื้อมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ดังนี้
- การสร้างใบ PR (Purchase Request) ผู้ขอซื้อกรอกรายละเอียดสินค้า จำนวน และเหตุผลการใช้งานลงในระบบ
- การตรวจสอบและความถูกต้อง ฝ่ายที่เกี่ยวข้องตรวจสอบรายละเอียดสินค้า งบประมาณประจำปี และเงื่อนไขการสั่งซื้อ
- การอนุมัติใบ PR (Approval Workflow) ส่งต่อตามลำดับขั้นการอนุมัติ ซึ่งในองค์กรขนาดใหญ่อาจมีหลายระดับการอนุมัติขึ้นอยู่กับมูลค่าของสินค้า
- การเทียบราคาและเลือกผู้ขาย (Sourcing & Quotation) ฝ่ายจัดซื้อนำ PR ที่ผ่านการอนุมัติมาทำการเปรียบเทียบเทียบราคา (Quotation) จาก Vendor หลาย ๆ เจ้า
- การออกใบ PO (Purchase Order) ฝ่ายจัดซื้อแปลงข้อมูลจาก PR มาออกเอกสาร PO และส่งให้ Supplier ยืนยันคำสั่งซื้อ
- การตรวจรับและตั้งหนี้ (GR & Matching) เมื่อผู้ขายส่งสินค้า ฝ่ายจัดซื้อและคลังสินค้าจะตรวจรับของให้ตรงกับ PO เพื่อส่งเรื่องเบิกจ่ายต่อไป
ในองค์กรขนาดใหญ่ อาจมีหลายระดับการอนุมัติหรือขั้นตอนละเอียดกว่า และมีเงื่อนไขด้านงบประมาณเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากจำเป็นต้องจัดการและดูแลระบบหลากหลายฝ่าย
ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อไม่มี PR PO Workflow ที่ชัดเจน
หากองค์กรไม่มีระบบรองรับ PR PO Workflow ที่ดีพอ มักจะพบปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ เช่น
- เอกสารตกหล่นและสูญหาย ใบ PR/PO แบบกระดาษหรือค้างในอีเมลทำให้การอนุมัติติดขัด
- ข้อมูลไม่ตรงกัน การคีย์ข้อมูลซ้ำซ้อนจาก PR ไปเป็น PO อาจเกิดข้อผิดพลาดของสเปกหรือราคา
- การอนุมัติล่าช้า ไม่มีระบบแจ้งเตือนเมื่อเอกสารค้างอยู่ที่ผู้มีอำนาจอนุมัติ
- ไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ยากต่อการ Audit เมื่อต้องการดูประวัติการสั่งซื้อหรือตรวจสอบความทุจริต
ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้กระบวนการทำงานช้าลง แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนดำเนินงานและความน่าเชื่อถือขององค์กรอีกด้วย
วิธีทำให้ PR PO Workflow เป็นระบบมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
องค์กรควรออกแบบ Workflow ให้เชื่อมโยง PR และ PO เข้าด้วยกันตั้งแต่ต้นจนจบแบบไร้รอยต่อ โดยยึดหลักสำคัญ 3 ข้อ
- กำหนดลำดับขั้นตอนและเงื่อนไขให้ชัดเจน ตั้งค่า Routing การอนุมัติตามมูลค่าหรือประเภทสินค้าอัตโนมัติ
- ลดการทำงานซ้ำซ้อน ปรับกระบวนการให้ระบบสามารถแปลงข้อมูลจาก PR ไปเป็น PO ได้ทันทีโดยไม่ต้องพิมพ์ใหม่
- รวบรวมข้อมูลไว้ในระบบเดียว (Single Source of Truth) เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นสถานะของเอกสารตรงกันแบบ Real-time
เมื่อนำ Workflow มาใช้งานผ่านระบบดิจิทัล จะช่วยลดการพึ่งพาการประสานงานแบบ Manual ทำให้ทุกขั้นตอนสามารถติดตามและตรวจสอบย้อนหลังได้ตลอดเวลา
ยกระดับ Workflow การจัดซื้อผ่านการใช้ระบบจริงด้วย WOLF Smart Procurement
WOLF Smart Procurement เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยง PR PO Workflow เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในองค์กรของคุณไหลลื่น รวดเร็ว และเป็นระบบมากขึ้น ตั้งแต่การขอซื้อ อนุมัติผ่านออนไลน์ การออกใบสั่งซื้อ ไปจนถึงการเก็บประวัติเอกสารอย่างปลอดภัย
สามารถติดต่อเราเพิ่มเติมเพื่อขอคำปรึกษาและรายละเอียดอื่น ๆ ได้ที่ ติดต่อเรา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปิด PR PO
ซื้อของจำนวนเงินน้อย ๆ หรือใช้เงินสดย่อย (Petty Cash) ต้องเปิด PR PO ไหม?
ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละองค์กร โดยทั่วไปองค์กรมักกำหนดวงเงินขั้นต่ำ (Threshold) สำหรับการเปิด PR PO เช่น รายการสั่งซื้อที่มากกว่า 1,000-5,000 บาทขึ้นไปจึงต้องผ่านระบบ PR PO ส่วนรายการเล็กน้อย เช่น ค่าเดินทาง หรือค่าอุปกรณ์เครื่องเขียนชั่วคราว สามารถเบิกผ่านระบบเงินสดย่อยหรือเอกสารเบิกจ่ายตรงได้ เพื่อไม่ให้ขั้นตอนเอกสารซับซ้อนเกินไป
ถ้าออกใบ PO ส่งให้ผู้ขายไปแล้ว แต่ต้องการแก้ไขหรือยกเลิก ต้องทำอย่างไร?
สามารถทำได้โดยการออกเอกสารแก้ไขใบสั่งซื้อ หรือ PO Amendment หรือ Change Order หากต้องการยกเลิก ต้องแจ้งผู้ขายทันทีและทำเรื่องยกเลิก PO (PO Cancellation) ในระบบ ทั้งนี้ หากผู้ขายได้เริ่มผลิตหรือจัดส่งสินค้าไปแล้ว อาจมีเงื่อนไขตามสัญญาหรือค่าปรับตามข้อตกลง
ทำไมฝ่ายบัญชีถึงปฏิเสธการจ่ายเงิน หากไม่มีใบ PO?
เพราะใบ PO เป็นหลักฐานยืนยันว่าการสั่งซื้อนั้นผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของบริษัทเรียบร้อยแล้ว การจ่ายเงินโดยไม่มีใบ PO ถือเป็นความเสี่ยงสูงด้าน Audit เช่น การซื้อของโดยผู้บริหารหรือพนักงานไม่ได้รับอนุญาต การสวมสิทธิ์จ่ายเงิน หรือการจ่ายเงินผิดเงื่อนไข ซึ่งอาจส่งผลต่อการตรวจสอบบัญชีประจำปี
สามารถแปลง PR เป็น PO อัตโนมัติได้ไหม?
สามารถทำได้หากองค์กรใช้งานระบบจัดซื้อดิจิทัล เช่น WOLF Smart Procurement เมื่อใบ PR ผ่านการอนุมัติครบถ้วน ระบบสามารถดึงข้อมูลสเปก สินค้า และจำนวนเงินจาก PR มาสร้างเป็นใบ PO ได้ทันทีเพียงไม่กี่คลิก ช่วยลดเวลาและป้องกันข้อผิดพลาดจากการคีย์ข้อมูลซ้ำซ้อน
ควรเปิด PO หรือ PR ก่อน?
ต้องเปิด PR ก่อนเสมอ เพราะ PR คือใบขอซื้อภายในองค์กรที่เกิดจากพนักงานหรือแผนกผู้ใช้งาน เพื่อแจ้งความต้องการและขออนุมัติงบประมาณ เมื่อ PR ได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายจัดซื้อจึงจะนำข้อมูลนั้นไปดำเนินการเจรจาราคา คัดเลือกผู้ขาย และออกใบ PO เป็นลำดับถัดไป เพื่อส่งให้ Supplier ยืนยันคำสั่งซื้ออย่างเป็นทางการ
สรุป
PR PO Workflow คือหัวใจสำคัญของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในองค์กรยุคใหม่ การเข้าใจว่า PR PO คืออะไร และปรับเปลี่ยน Workflow ให้เป็นระบบดิจิทัล จะช่วยลดความผิดพลาด ควบคุมงบประมาณได้ดีขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กรได้อย่างยั่งยืน