8 ตัวอย่าง E Procurement ที่น่าสนใจ ประยุกต์ใช้ได้จริง

ตัวอย่าง e procurement

หากจะพูดถึง E Procurement ตัวอย่างอาจมีให้เห็นมากมาย เนื่องจากระบบจัดซื้อจัดจ้างออนไลน์นี้ผ่านการปรับปรุงและใช้งานมาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปีแล้ว แต่ตัวอย่างที่ดีควรแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างของแต่ละธุรกิจได้จริง ทั้งจากฝั่งอนุมัติที่ล่าช้า ใบสั่งซื้อค้างบนโต๊ะนานเป็นสัปดาห์ หรือตัวเลขงบประมาณหลุดเช็กไปเพียงเพราะเอกสารหายแค่แผ่นเดียว หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่สนใจระบบหรือเป็นผู้บริหารที่ต้องการนำระบบไปปรับใช้ในองค์กร แต่ก็ยังนึกภาพไม่ออกว่าระบบจะแก้ปัญหาอะไรให้เราได้บ้าง เรามีตัวอย่าง E Procurement ที่น่าสนใจมาฝาก

เจาะลึก Workflow การทำงานจริงของ e-Procurement แบบ Step by Step

ก่อนจะพาไปดูตัวอย่าง e-Procurement เราอยากให้คุณเข้าใจ Workflow การทำงานจริงของแต่ละขั้นตอนก่อนว่า มีการรับส่งข้อมูลและเชื่อมโยงกันอย่างไร ใครต้องทำส่วนไหนบ้าง โดยเราจะแบ่งออกเป็น 5 Step ดังนี้

Step 1: การสร้างใบขอซื้อ (PR) และเช็กงบประมาณอัตโนมัติ

เริ่มจากพนักงานที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการสร้างใบขอซื้อผ่านระบบ โดยระบบจะตรวจสอบงบประมาณของแผนกนั้นทันทีที่คีย์รายการ หากงบประมาณเกินหรือผิดเงื่อนไข ระบบจะแจ้งเตือนก่อนส่งเรื่องต่อ ซึ่งจะช่วยตัดปัญหางบบานปลายได้ตั้งแต่ต้นทาง

Step 2: การอนุมัติออนไลน์ตามลำดับอำนาจ

เมื่อพนักงานกดส่งใบ PR ระบบจะส่งการแจ้งเตือนพร้อมแนบลิงก์เอกสารไปที่อีเมลหรือมือถือของผู้อนุมัติคนแรกทันทีตามที่ตั้งค่าไว้ เมื่อผู้อนุมัติตรวจสอบรายการสินค้า จำนวนเงิน และงบประมาณคงเหลือเรียบร้อยแล้ว สามารถกดอนุมัติหรือปฏิเสธผ่านหน้าจอได้เลย หากองค์กรมีผู้อนุมัติหลายลำดับขั้น เมื่อคนแรกกดอนุมัติแล้ว ระบบจะส่งเรื่องต่อไปยังผู้อนุมัติคนถัดไปทันที และเมื่อทุกคนอนุมัติครบตามสายงานแล้ว ระบบจะส่งใบ PR ไปให้ฝ่ายจัดซื้อ เพื่อเตรียมหาผู้ขายในขั้นตอนถัดไป ขั้นตอนนี้จะช่วยให้ไม่มีเอกสารตกค้างอยู่ในระบบอีกเลย

Step 3: เปรียบเทียบราคาและคัดเลือกผู้ขาย

หลังจากที่ฝ่ายจัดซื้อได้รับใบ PR ที่ผ่านการอนุมัติครบแล้ว ค่อยนำรายการสินค้าทั้งหมดมาสร้างเป็นแบบฟอร์มขอใบเสนอราคาบนระบบ แล้วส่งไปหาผู้ขายหลาย ๆ รายพร้อมกัน เมื่อผู้ขายแต่ละเจ้าคีย์ราคาและเงื่อนไขให้เราแล้ว ระบบจะดึงข้อมูลทั้งหมดมาทำเป็นตารางเปรียบเทียบให้อัตโนมัติ ทำให้ฝ่ายจัดซื้อเห็นทันทีว่าเจ้าไหนให้ราคาดีที่สุด หรือมีเงื่อนไขการส่งมอบที่ตรงตามต้องการมากที่สุด โดยที่ไม่ต้องเสียเวลามานั่งทำตารางเปรียบเทียบเอง

Step 4: ออกใบสั่งซื้อ (PO) ส่งตรงถึงผู้ขาย

หากฝ่ายจัดซื้อเลือกผู้ขายได้แล้ว ระบบจะดึงข้อมูลสินค้าและราคาที่ตกลงกันไว้มาสร้างเป็นใบสั่งซื้อ (PO) ให้โดยอัตโนมัติ พร้อมกับส่งเอกสารไปที่อีเมลของผู้ขายทันที ขั้นตอนนี้จะช่วยตัดการพิมพ์กระดาษ การเซ็นชื่อด้วยปากกา และการสแกนเอกสารส่งอีเมลแบบเดิม ๆ

Step 5: ตรวจรับสินค้าและเทียบเอกสาร 3 ฉบับก่อนจ่ายเงิน

เมื่อผู้ขายมาส่งสินค้า ฝ่ายรับของจะกรอกข้อมูลการรับเข้าสู่ระบบทันที จากนั้นระบบจะตรวจสอบเอกสาร 3 ฉบับพร้อมกัน ได้แก่ ใบสั่งซื้อ (PO) ใบรับสินค้า และใบแจ้งหนี้ หากจำนวนสินค้า รายการ และยอดเงินตรงกันทั้งหมด ระบบจะส่งเรื่องต่อไปยังฝ่ายบัญชีเพื่ออนุมัติจ่ายเงินทันที ขั้นตอนสุดท้ายนี้จะช่วยป้องกันการจ่ายเงินซ้ำซ้อนหรือจ่ายเงินเกินจากที่สั่งซื้อจริง

ตัวอย่าง E Procurement ที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มีอะไรบ้าง?

แต่ละธุรกิจมีโจทย์และข้อจำกัดที่ต่างกัน ตัวอย่าง E Procurement จึงแตกต่างกันไปตามประเภทของธุรกิจนั้น ๆ เพื่อให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาพการนำไปใช้จริง เราได้รวบรวมตัวอย่างการปรับใช้ใน 8 กลุ่มธุรกิจ พร้อมปัญหาและผลลัพธ์ที่ได้ดังนี้

1. ธุรกิจค้าปลีก แฟรนไชส์ และบริการหลายสาขา

ธุรกิจที่มีหลายสาขา มักเจอปัญหาต่างคนต่างสั่ง ของใช้หน้าร้านเบิกจ่ายกระจัดกระจายโดยไม่มีมาตรฐาน เอกสารกระดาษเดินทางล่าช้า แถมคุมงบประมาณรายสาขายาก ที่สำคัญที่สุด พอส่วนกลางมองไม่เห็นยอดซื้อรวม เลยเสียอำนาจการต่อรองส่วนลดล็อตใหญ่กับซัพพลายเออร์ ระบบ e-Procurement จึงไม่ได้เข้ามาแค่จัดการเอกสารสั่งซื้อให้เป็นระเบียบ แต่ว่ายังช่วยรวมศูนย์ข้อมูลการซื้อขายจากทุกหน้าร้านมาไว้จุดเดียว จึงทำให้ผู้บริหารวางแผนงบประมาณรัดกุมยิ่งขึ้น

  • ประเภทธุรกิจที่นำไปปรับใช้: เครือร้านอาหารและเครื่องดื่ม, คลินิกความงามและสุขภาพ, ร้านค้าปลีกเฉพาะทาง, ศูนย์บริการคาร์แคร์ และธุรกิจแฟรนไชส์เน้นงานบริการ เช่น ร้านสะดวกซัก ร้านตัดผม
  • รูปแบบการนำไปใช้: สร้างแค็ตตาล็อกกลางให้ทุกสาขากดสั่งเฉพาะของที่กำหนด พร้อมเซตลิมิตงบสั่งซื้อต่อเดือน เมื่อหน้าร้านกดสั่งของ ระบบจะส่งแจ้งเตือนไปยังมือถือผู้จัดการเพื่อกดอนุมัติและเปลี่ยนเป็นใบสั่งซื้อส่งตรงถึงซัพพลายเออร์และบัญชีส่วนกลางทันที
  • ผลลัพธ์หลังเปลี่ยนระบบ: เปลี่ยนงานจัดซื้อหน้าร้านให้อยู่ในระบบ 100% คุมงบประมาณรายสาขาได้โดยไม่ต้องมาตามเช็กย้อนหลัง และเพิ่มอำนาจการต่อรองราคาสินค้าล็อตใหญ่ให้ส่วนกลางได้จากการรวมยอดสั่งซื้อของทุกสาขาไว้ในจุดเดียว

2. ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ด้วยความที่เป็นธุรกิจบริหารเป็นรายโครงการ มักเจอปัญหาการจัดซื้อล่าช้า คลาดเคลื่อนง่าย วัสดุหน้างานสั่งซ้ำซ้อน เอกสารไม่เป็นระบบ แถมยังคุมงบยากเพราะต้นทุนผันผวนตลอดเวลา พอส่วนกลางมองไม่เห็นยอดการสั่งซื้อและสต็อกหน้างานแบบเรียลไทม์ ทำให้งบต่อโครงการบานปลายโดยไม่รู้ตัว ระบบ e-Procurement จึงเข้ามาช่วยติดตามการสั่งซื้อวัสดุให้ตรงตามเวลา รวมงบประมาณของทุกโครงการไว้จุดเดียว ผู้บริหารสามารถคุมต้นทุนและประเมินกำไรขาดทุนได้โดยไม่ต้องกังวลว่าตัวเลขจะคลาดเคลื่อน

  • ประเภทธุรกิจที่นำไปปรับใช้: รับเหมาก่อสร้างอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน, โครงการอสังหาริมทรัพย์, งานระบบวิศวกรรม (MEP), บริษัทตกแต่งภายใน และธุรกิจพลังงานสะอาด
  • รูปแบบการนำไปใช้: ฝ่ายจัดซื้อส่วนกลางทำสัญญาราคากลางกับโรงงานปูนหรือเหล็กไว้ล่วงหน้าทั้งปี หากโครงการไหนต้องการใช้ของ วิศวกรหน้างานแค่กดดึงยอดจากสัญญาหลัก ระบบจะตัดยอดสัญญาและออก PO ส่งให้โรงงานนำของมาส่งทันทีโดยไม่ต้องเริ่มขั้นตอนสืบราคาใหม่ทุกครั้ง
  • ผลลัพธ์หลังเปลี่ยนระบบ: ลดระยะเวลาสั่งซื้อวัสดุหน้างานจากหลักสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่นาที ได้ต้นทุนวัสดุที่ถูกลงจากการล็อกราคาวงเงินใหญ่ไว้ล่วงหน้า ลดภาระงานซ้ำซ้อนของฝ่ายจัดซื้อ

3. ธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรมและการผลิต

สิ่งที่โรงงานกลัวมากที่สุด คือเครื่องจักรหยุดทำงานเนื่องจากอะไหล่หมด หรือสินค้าผลิตไม่ทันเพราะวัตถุดิบขาดมือ แต่การสั่งของมาตุนไว้เยอะเกินไปก็มีแต่ทำให้เงินจม การพึ่งพาแรงงานคนให้มานั่งนับหรือกดสั่งซื้ออาจมีโอกาสพลาดสูงมาก การนำระบบ e-Procurement เข้ามาใช้จะช่วยให้การบริหารจัดการเป็นระบบอัตโนมัติ เริ่มจากการตั้งระบบแจ้งเตือนและสั่งซื้ออะไหล่อัตโนมัติทันทีที่วัตถุดิบแตะระดับ Minimum Stock จึงปิดรอยรั่วเรื่องของขาด แถมไม่ต้องแบกรับต้นทุนจมจากการสต็อกของเกินความจำเป็น

  • ประเภทธุรกิจที่นำไปปรับใช้: โรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่ม, โรงงานชิ้นส่วนยานยนต์, โรงงานเคมีภัณฑ์, โรงงานสิ่งทอ และโรงงานบรรจุภัณฑ์
  • รูปแบบการนำไปใช้: กำหนดจุดสั่งซื้ออัตโนมัติไว้ในระบบ หากเป็นอะไหล่เครื่องจักรและวัตถุดิบชิ้นสำคัญ พอเบิกจนถึงระดับที่ตั้งไว้ ระบบจะออกใบขอซื้อกับซัพพลายเออร์เจ้าประจำ แล้วส่งตรงเข้ามือถือผู้จัดการโรงงานเพื่อรอกดอนุมัติทันที
  • ผลลัพธ์หลังเปลี่ยนระบบ: ตัดปัญหาสายการผลิตหยุดชะงักที่เกิดจากของขาดคลัง ลดภาระเงินจมในสต็อก ช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อควบคุมรอบการเติมของได้ตลอด 24 ชั่วโมง

4. ธุรกิจโรงแรมและการบริการ

เบื้องหลังการส่งมอบบริการและประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า หลายครั้งมักขึ้นอยู่กับฝ่ายจัดซื้อที่ต้องคอยรับมือกับรายการเบิกของยิบย่อยจำนวนมากในแต่ละวัน ตั้งแต่ของใช้ในห้องพักไปจนถึงวัตถุดิบสดในครัว e-Procurement มีหน้าที่รวบรวมใบขอซื้อจากทุกแผนกไว้บนแพลตฟอร์มเดียว หัวหน้าแผนกสามารถอนุมัติออเดอร์ได้ทันที ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนเอกสารและเปิดโอกาสให้ฝ่ายจัดซื้อเปรียบเทียบราคาซัพพลายเออร์เพื่อคุมต้นทุนในแต่ละวันได้ดียิ่งขึ้น

  • ประเภทธุรกิจที่นำไปปรับใช้: โรงแรมและรีสอร์ต, เครือภัตตาคารและร้านอาหาร, ธุรกิจจัดเลี้ยง, ศูนย์สุขภาพ, สปา
  • รูปแบบการนำไปใช้: ล็อกรายการสินค้าและซัพพลายเออร์ที่ผ่านการคัดเลือกมาไว้ในระบบ ติดตั้งระบบอนุมัติด่วนสำหรับวัตถุดิบสดรายวัน ให้หัวหน้าครัวหรือผู้จัดการแผนกสั่งของตรงถึงซัพพลายเออร์และสแกนรับของผ่านมือถือเพื่อตรวจสอบคุณภาพหน้างานได้ทันที
  • ผลลัพธ์หลังเปลี่ยนระบบ: ลดของสดเน่าเสียคาสต็อก ได้วัตถุดิบและของใช้ตรงตามมาตรฐานของแบรนด์ 100% ลดเวลาเดินเอกสารสั่งซื้อ บริการลูกค้าแบบไม่มีสะดุด

5. ธุรกิจเทคโนโลยี องค์กรขนาดใหญ่ และโรงพยาบาล

องค์กรขนาดใหญ่มักจะมีโครงสร้างสายการอนุมัติที่ซับซ้อนและหลายลำดับชั้น ทำให้ใช้เวลาสั่งซื้ออุปกรณ์ IT ซอฟต์แวร์ หรือเวชภัณฑ์นานและติดตามสถานะยากกว่าหลาย ๆ ธุรกิจที่มีขนาดเล็กกว่า ในส่วนนี้ระบบ e-Procurement จะเข้ามาย่อยสายการอนุมัติให้อยู่บนระบบดิจิทัลให้หมด ช่วยให้ธุรกิจส่งต่อเอกสารข้ามฝ่ายได้ทันที พร้อมบันทึก Audit Trail ที่โปร่งใส ตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกขั้นตอน

  • ประเภทธุรกิจที่นำไปปรับใช้: บริษัทเทคโนโลยี, โรงพยาบาลและเครือการแพทย์, สถาบันการเงิน, และองค์กรข้ามชาติขนาดใหญ่
  • รูปแบบการนำไปใช้: ตั้งเงื่อนไขการอนุมัติแบบอัตโนมัติที่ผูกทั้งวงเงิน ประเภทสินค้า และฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน เพื่อคัดกรองสเปกและความปลอดภัยก่อนซื้อจริง หากสั่งซื้ออุปกรณ์ IT หรือ SaaS ต้องวิ่งไปให้ IT Director เพื่อเช็กระบบความปลอดภัย หากสั่งซื้อยาหรือเวชภัณฑ์ก็ต้องวิ่งไปให้หัวหน้าเภสัชกรเพื่อตรวจสอบมาตรฐาน โดยออเดอร์วงเงินสูงจะวิ่งตามลำดับขั้นการอนุมัติทันที ทุกคนสามารถเช็กสถานะเรียลไทม์ผ่าน Dashboard ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ผลลัพธ์หลังเปลี่ยนระบบ: ลดความเสี่ยงจากการสั่งซื้อสินค้าผิดสเปกหรือซอฟต์แวร์ที่ไม่ปลอดภัย ปิดช่องโหว่การอนุมัติข้ามขั้นตอน ช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่ควบคุมการใช้จ่ายได้รัดกุมและรวดเร็ว พร้อมตรวจสอบได้ทุกเมื่อ ไม่ต้องเสียเวลารวบรวมเอกสารย้อนหลัง

6. ธุรกิจโลจิสติกส์ การขนส่ง และคลังสินค้า

นอกจากจะต้องทำงานแข่งกับเวลาตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว ธุรกิจขนส่งและคลังสินค้ายังต้องคุมต้นทุนต่อเที่ยววิ่งให้ต่ำที่สุดอีกด้วย แต่ปัญหาก็คือศูนย์กระจายสินค้าแต่ละแห่งสั่งซื้อวัสดุสิ้นเปลืองอย่าง พาเลท ฟิล์มยืด หรืออะไหล่รถ กระจัดกระจายกันไปจนได้สินค้าในราคาแพงเกินจริง แถมยังคุมสต๊อกไม่ได้อีกด้วย ระบบ e-Procurement จึงเข้ามาแก้ปัญหาด้วยการล็อกราคากลางกับพันธมิตรเครือข่ายอู่ซ่อมและปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ พร้อมระบบสั่งซื้อแบบระบุพิกัดจัดส่งแยกตามศูนย์กระจายสินค้าทันที ทำให้ส่วนกลางคุมต้นทุนต่อกิโลเมตรได้แบบเป๊ะ ๆ

  • ประเภทธุรกิจที่นำไปปรับใช้: คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า, บริษัทขนส่งสินค้าและพัสดุ, ผู้ให้บริการจัดการขนส่งสินค้า และธุรกิจจัดการฟลีทรถเช่า
  • รูปแบบการนำไปใช้: ฝ่ายจัดซื้อส่วนกลางจะทำสัญญาจับคู่ราคากลางกับเครือข่ายอู่ซ่อม ร้านอะไหล่ และผู้ผลิตพาเลททั่วประเทศไว้ในระบบ เวลาที่ศูนย์กระจายสินค้าต้องการซ่อมรถหรือเติมวัสดุ สามารถกดสั่งดึงสเปกและราคาที่ล็อกไว้เรียบร้อยแล้วได้เลย โดยระบบจะกระจายที่อยู่จัดส่งไปยังผู้ขายในพื้นที่นั้น ๆ ทันที พร้อมผูกการเบิกใช้เข้ากับรหัสทะเบียนรถหรือจำนวนเที่ยววิ่งเพื่อป้องกันการทุจริต
  • ผลลัพธ์หลังเปลี่ยนระบบ: เพิ่มอำนาจการต่อรองจากการรวมยอดซื้อวัสดุและอะไหล่ฟลีททั้งเครือข่าย ช่วยลดต้นทุนดำเนินงานต่อกิโลเมตรลงไปมาก ส่งผลให้บริษัทมีโครงสร้างต้นทุนที่ได้เปรียบเวลาแข่งประมูลงานโครงการใหญ่ พร้อมทั้งรักษามาตรฐานการส่งมอบให้ลูกค้าได้โดยไม่ต้องเสี่ยงกับฟลีทหยุดชะงัก

7. สถาบันการศึกษา และองค์การไม่แสวงหาผลกำไร

หัวใจหลักของธุรกิจกลุ่มนี้คือความโปร่งใสของการใช้เงินทุกบาทที่ได้มาจากผู้บริจาค แต่การจัดซื้อจัดจ้างมักผูกไว้กับงบประมาณเฉพาะทาง เช่น ทุนวิจัย, เงินบริจาค หรือโครงการสนับสนุนที่มีเงื่อนไขเข้มงวด การเบิกจ่ายแบบกระดาษจึงล่าช้า ของไม่ทันใช้เวลาลงพื้นที่จริง อีกทั้งเสี่ยงต่อการผิดเงื่อนไขผู้ให้ทุนโดยไม่ตั้งใจอีกด้วย ระบบ e-Procurement จึงเข้ามาแก้โจทย์ด้วยการผูกงบจัดซื้อเข้ากับรหัสโครงการ พร้อมกับการเปรียบเทียบราคาที่โปร่งใสและบันทึก Audit Trail ไว้ทุกรอบ ช่วยให้เบิกจ่ายของได้ทันเวลา โดยไม่ผิดกฎระเบียบผู้ให้ทุน

  • ประเภทธุรกิจที่นำไปปรับใช้: มหาวิทยาลัยและโรงเรียนเอกชน, สถาบันวิจัย, องค์กร NGO, มูลนิธิ และองค์กรสาธารณประโยชน์
  • รูปแบบการนำไปใช้: กำหนดวงเงินและหมวดหมู่การสั่งซื้อแยกตามรหัสทุนในระบบ เวลาที่อาจารย์หรือเจ้าหน้าที่โครงการกดสั่งซื้ออุปกรณ์การเรียน วัตถุดิบวิจัย หรือสิ่งของลงพื้นที่ ระบบจะตรวจสอบเงื่อนไขทุนโดยอัตโนมัติ จัดทำเอกสารเปรียบเทียบราคา 3 ราย (RFQ) แบบโปร่งใส แล้วส่งอนุมัติตามลำดับขั้นขององค์กรทันที
  • ผลลัพธ์หลังเปลี่ยนระบบ: สร้างความโปร่งใสให้กับองค์กร รองรับการตรวจสอบได้ทุกเมื่อ ตัดความเสี่ยงจากการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ทุน ช่วยให้การดำเนินโครงการวิจัยหรืองานช่วยเหลือสังคมขับเคลื่อนทำได้รวดเร็ว ไม่สะดุดกับขั้นตอนเอกสาร

8. ธุรกิจสื่อ ค่ายเพลง และการจัดอีเวนต์ (Media, Entertainment & Events)

ด้วยความที่วงการนี้ต้องทำงานแข่งกับเวลาอยู่เสมอ จึงตกม้าตายได้ง่าย ๆ กับงบที่บานปลายจากการสั่งซื้อด่วนหน้ากองถ่ายหรืออีเวนต์ ทั้งอุปกรณ์ ฉาก คอสตูม หรือค่าจ้างงานบริษัทภายนอกยิบย่อย การสั่งสินค้าผ่านแชตไลน์หรือปากเปล่าทำให้เช็กต้นทุนจริง ๆ ไม่ได้จนกว่างานจะจบ ระบบ e-Procurement จะช่วยล็อกงบแยกตามโปรดักชัน พร้อมให้ทีมหน้างานกดขอซื้อด่วนผ่านมือถือทันที โดยที่ส่วนกลางยังคุมงบไม่ให้ทะลุเพดานได้แบบเรียลไทม์

  • ประเภทธุรกิจที่นำไปปรับใช้: ค่ายเพลง, ผู้จัดคอนเสิร์ต, ออร์แกไนเซอร์, โปรดักชันเฮาส์ และสถานีสื่อมวลชน
  • รูปแบบการนำไปใช้: ตั้งงบสั่งซื้อแยกตามชื่อโชว์หรือรหัสโปรดักชัน ทีมหน้างานกดส่งขอซื้อด่วนหรือแนบใบเสนอราคาผ่านมือถือ จากนั้นระบบจะเช็กงบคงเหลือและส่งเตือนไปให้โปรดิวเซอร์กดอนุมัติได้ทันที
  • ผลลัพธ์หลังเปลี่ยนระบบ: ทีมงานสั่งของด่วนได้ทันเวลาโดยที่งบไม่บานปลาย ป้องกันการแอบเบิกเกินจริงหน้างาน เห็นกำไร-ขาดทุนจริง ๆ ของแต่ละโปรดักชันทันทีที่จบงาน

จากตัวอย่าง E Procurement ที่เรานำเสนอไปนั้น จะเห็นว่า ระบบจัดซื้อนี้ไม่ใช่แค่เข้ามาจัดการความยุ่งยากให้กับธุรกิจเท่านั้น แต่ยังปิดรอยรั่ว ช่วยคุมต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น และเพิ่มความคล่องตัวให้กับองค์กร ดังนั้น หากต้องการนำระบบมาใช้จริง ๆ เราขอแนะนำให้ศึกษาข้อมูลของระบบที่คุณจะนำมาใช้ให้ดีก่อนว่าโครงสร้างของฟีเจอร์พื้นฐานดีแค่ไหน รองรับระบบเดิมในองค์กรของเราหรือไม่ แล้วฟีเจอร์อื่นที่เสริมเข้ามาจำเป็นไหม ทั้งนี้ก็เพื่อให้การลงทุนในระบบมีประสิทธิภาพมากที่สุด

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาระบบจัดซื้อจัดจ้างออนไลน์ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ระบบจัดซื้อจัดจ้างออนไลน์ WOLF Smart Procurement เป็นระบบจัดซื้อจัดจ้างออนไลน์ที่ช่วยยกระดับกระบวนการ Procure-to-Pay (P2P) ให้เป็นดิจิทัลเต็มรูปแบบ ด้วยฟังก์ชันที่ครอบคลุมตั้งแต่การขอซื้อ อนุมัติผ่านมือถือเรียลไทม์ ตรวจสอบงบประมาณอัตโนมัติ ไปจนถึงการตรวจและเทียบเอกสารจ่ายเงินแบบ 3-Way Matching พร้อมเชื่อมต่อระบบ ERP เดิมขององค์กรได้อย่างคล่องตัว ช่วยให้ทุกการจัดซื้อโปร่งใส ตรวจสอบย้อนหลังได้ 100% พร้อมขับเคลื่อนทุกอุตสาหกรรมให้เติบโตไปได้ไกลกว่าเดิม