วิธีการทำ Cost Saving ลดต้นทุน ไม่กระทบคุณภาพ

ผู้บริหารวางกลยุทธ์จัดซื้อเพื่อการทํา Cost Saving โดยไม่ลดคุณภาพของสินค้า

การทำ Cost Saving ที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่การลดต้นทุนแบบตัดคุณภาพ แต่คือการปรับโครงสร้างการทำงานทั้งระบบ ตั้งแต่ความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ การลดของเสียในกระบวนการ การใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไปจนถึงการบริหารสินค้าคงคลังอย่างมีกลยุทธ์ องค์กรที่ประสบความสำเร็จด้าน Cost Saving มักโฟกัสที่การใช้ข้อมูลตัดสินใจ เพื่อช่วยลดต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น และสร้างระบบที่ควบคุมได้ในระยะยาว เมื่อวิธีการทำ Cost Saving ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับกระบวนการและคุณภาพ ธุรกิจจะสามารถลดต้นทุนได้จริง พร้อมรักษามาตรฐาน และรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน

Table of Content

หลายองค์กรเข้าใจผิดว่าการลดต้นทุน (Cost Saving) หมายถึงการตัดราคาหรือใช้วัตถุดิบราคาถูกลง ซึ่งอาจทำให้คุณภาพของสินค้าและบริการลดลง และในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อองค์กรแทนที่จะช่วยให้เติบโต

แต่แท้จริงแล้ว กลยุทธ์จัดซื้อแบบ Cost Saving ที่ยั่งยืนหมายถึงการปรับปรุงกระบวนการและใช้กลยุทธ์ที่ช่วยลดต้นทุนโดยไม่กระทบต่อคุณภาพ การลดต้นทุนที่มีประสิทธิภาพควรเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่ไปกับการรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการ และนี่คือ 4 วิธีการทำ Cost Saving ที่ช่วยคงมาตรฐานการทำงาน ควบคู่กับการประหยัดต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพที่ทุกองค์กรห้ามพลาด 

การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับซัพพลายเออร์ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์จัดซื้อเพื่อการทำ Cost Saving ที่ทรงพลังที่สุด องค์กรที่บริหารความสัมพันธ์ซัพพลายเออร์ได้ดี มักจะได้เปรียบในหลาย ๆ ด้าน เช่น

  • ได้รับราคาที่สม่ำเสมอและคงความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ช่วยให้องค์กรวางแผนต้นทุนได้แม่นยำ
  • ได้รับเงื่อนไขการชำระเงินที่ยืดหยุ่น เช่น การยืดระยะเวลาเครดิต ลดภาระเงินสด 
  • ในช่วงที่ตลาดมีความต้องการสูง วัตถุดิบอาจขาดแคลน ซัพพลายเออร์มักจะจัดสรรสินค้าให้ลูกค้าหลักก่อน ส่งผลให้องค์กรลดความเสี่ยงด้านการผลิตหยุดชะงัก และรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้าได้ต่อเนื่อง
  • เมื่อมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซัพพลายเออร์สามารถให้ข้อมูลเชิงเทคนิค หรือแนวทางปรับปรุงกระบวนการเพื่อช่วยลดต้นทุน เช่น ปรับบรรจุภัณฑ์ ลดปริมาณสั่งซื้อขั้นต่ำ รวมรอบส่งของ หรือวางแผนคาดการณ์ร่วมกันให้แม่นยำขึ้น

ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นนี้ จะทำให้ซัพพลายเออร์พร้อมสนับสนุนองค์กรมากขึ้น ทั้งในด้านคุณภาพ การส่งมอบ และการบริหารต้นทุน ส่งผลให้การจัดซื้อมีเสถียรภาพมากขึ้น และช่วยลดต้นทุนรวมขององค์กรได้อย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งวิธีการทำ Cost Saving ที่สำคัญ คือการลดความสูญเสียในกระบวนการทำงานผ่านแนวคิด Lean และ Six Sigma ซึ่งเป็นกลยุทธ์มาตรฐานที่องค์กรชั้นนำทั่วโลกเลือกใช้ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและลดต้นทุนอย่างเป็นระบบ

Lean : ลดความสูญเสียทุกขั้นตอน

Lean มุ่งเน้นการกำจัดขั้นตอนที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่า เช่น เวลารอคอย งานที่ต้องทำซ้ำ หรือสินค้าคงคลังที่มากเกินความจำเป็น ช่วยให้องค์กรทำงานได้รวดเร็วขึ้น ใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า และลดต้นทุนโดยไม่กระทบคุณภาพของงาน

Six Sigma : ลดข้อผิดพลาด เพิ่มความแม่นยำ

Six Sigma มุ่งเน้นการลดความผิดพลาดในกระบวนการผลิต ทำให้คุณภาพมีความสม่ำเสมอมากขึ้น ทั้งยังช่วยลดต้นทุนด้านการตรวจสอบคุณภาพ (QC) และลดความสูญเสียจากงานแก้ไข (Rework) ซึ่งเป็นภาระต้นทุนที่มักถูกมองข้าม

เมื่อผสานแนวคิดทั้งสองเข้าด้วยกัน องค์กรจะได้กระบวนการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดเวลา ลดต้นทุน และเพิ่มผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างชัดเจนและยั่งยืน

การใช้ระบบจัดซื้อจัดจ้างออนไลน์ เป็นหนึ่งในวิธีการทำ Cost Saving อย่างเห็นผล

เทคโนโลยีกลายเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์จัดซื้อยุคใหม่ โดยเฉพาะในด้านการทำ Cost Saving ที่ต้องการความโปร่งใส ความเร็ว และข้อมูลที่แม่นยำ อีกทั้งการนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้งานยังสามารถช่วยลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นได้อย่างชัดเจน เช่น

ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning)

  • เชื่อมข้อมูลทุกแผนกแบบเรียลไทม์
  • ลดการใช้เอกสาร 
  • ลดข้อผิดพลาดในการบันทึกข้อมูล
  • ช่วยวางแผนต้นทุนและกำลังการผลิตได้แม่นยำกว่าเดิม

ระบบจัดซื้อจัดจ้างออนไลน์ (e-Procurement)

  • เปรียบเทียบราคาจากหลายซัพพลายเออร์ได้รวดเร็ว
  • เพิ่มความโปร่งใสในขั้นตอนจัดซื้อ ลดความเสี่ยงการทุจริต
  • กำหนด Workflow การอนุมัติได้ ช่วยลดเวลาการจัดทำเอกสาร
  • ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลและขั้นตอนการจัดซื้อ

ระบบอัตโนมัติ (Automation)

  • การออกใบแจ้งหนี้อัตโนมัติ
  • สามารถตรวจสอบข้อมูลซัพพลายเออร์จากฐานข้อมูลเดียว
  • ลดภาระงานที่ต้องใช้คนจำนวนมาก  

การใช้เทคโนโลยีทำให้ต้นทุนลดลงทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น เวลาในการทำงาน ค่ากระดาษ ค่าแรง และความผิดพลาดที่องค์กรเคยมองไม่เห็นมาก่อน

ต้นทุนสินค้าคงคลังเป็นหนึ่งในต้นทุนเงียบที่หลายองค์กรไม่ทันสังเกต การบริหาร Inventory อย่างมีกลยุทธ์ จะช่วยลดต้นทุนได้มากกว่าเดิมโดยไม่กระทบต่อการผลิตหรือบริการ วิธีการทำ Cost Saving ด้วยแนวคิดนี้ ทำได้หลายวิธี เช่น

  • ใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดการณ์ยอดขายและความต้องการวัตถุดิบ
  • นำระบบ Just-in-Time (JIT) มาใช้เพื่อลดสินค้าคงคลังที่ไม่จำเป็น
  • บริหารพื้นที่จัดเก็บให้เหมาะสม ลดค่าเช่าคลังสินค้า
  • ลดสินค้าคงค้าง (Dead Stock) ที่ไม่มีการหมุนเวียน

การจัดการ Inventory อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดทั้งต้นทุนการเก็บรักษา ต้นทุนเสียโอกาส และเพิ่มความคล่องตัวให้กับ Supply Chain ทั้งระบบ

การลดต้นทุนโดยไม่ลดคุณภาพต้องอาศัยแนวทางที่เหมาะสมกับองค์กร ไม่ใช่แค่การลดราคาวัตถุดิบหรือการลดแรงงาน แต่ต้องเป็นการปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ระบบจัดซื้อจัดจ้างออนไลน์เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความสามารถในการบริหารจัดซื้ออย่างเป็นระบบ ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์

หากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดซื้อและลดต้นทุนขององค์กร ระบบ e-Procurement สามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินงานได้รวดเร็ว ทั้งยังช่วยควบคุมงบประมาณได้อย่างแม่นยำ ลดค่าใช้จ่ายโดยรวม  เลือกโซลูชันสำหรับองค์กรในการจัดซื้อจัดจ้างอย่าง WOLF SMART PROCUREMENT เป็นตัวช่วย การันตีมาตรฐาน ISO ที่ได้รับความไว้วางใจในระดับสากล สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ marketing@techconsbiz.com เบอร์ 02-634-4409 หรือ LINE Official @techconsbiz

ข้อมูลอ้างอิง

  1. เทคนิคบริหารจัดการ ลดต้นทุน สร้างกำไร ช่วยธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 จาก https://www.peakaccount.com/blog/business/gen-biz/biz-business-costs-managing 
  1. Q : Cost Saving ต่างจาก Cost Cutting อย่างไร ?

    A : Cost Saving คือการลดต้นทุนอย่างยั่งยืนโดยไม่กระทบคุณภาพ ส่วน Cost Cutting มักเป็นการลดค่าใช้จ่ายระยะสั้นที่อาจส่งผลเสียต่อคุณภาพหรือการเติบโตในอนาคต

  2. Q : Cost Saving ที่ดีควรมีวิธีการวัดผลอย่างไร ?

    A : ควรวัดทั้งต้นทุนที่ลดลงจริง เวลาในการทำงานที่ลดลง และคุณภาพงานที่ยังคงเดิมหรือดีขึ้น เพื่อให้เห็นผลลัพธ์เชิงธุรกิจอย่างรอบด้าน

  3. Q : การทำ Cost Saving ควรเริ่มจากจุดไหนก่อน ?

    A : ควรเริ่มจากการวิเคราะห์ต้นทุนรวมขององค์กร (Total Cost) เพื่อหา “ต้นทุนแฝง” ที่เกิดจากกระบวนการซ้ำซ้อน งานผิดพลาด หรือการใช้ทรัพยากรเกินความจำเป็น

  4. Q : Cost Saving มีผลต่อความสามารถในการแข่งขันอย่างไร ?

    A : ช่วยให้องค์กรตั้งราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น มีความยืดหยุ่นทางการเงิน และสามารถลงทุนเพื่อการเติบโตได้มากขึ้น

  5. Q : องค์กรควรทบทวนกลยุทธ์ Cost Saving บ่อยแค่ไหน ?

    A : ควรทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงด้านต้นทุน ตลาด หรือกระบวนการหลักขององค์กร