ซอฟต์แวร์ดูแลมาตรฐาน ISO ‘WOLF ISO’ แตกต่างอย่างไรกับซอฟต์แวร์ทั่วไปในยุคนี้

22 ธันวาคม 2020

ซอฟต์แวร์ดูแลมาตรฐาน ISO ‘WOLF ISO’ แตกต่างอย่างไรกับซอฟต์แวร์ทั่วไปในยุคนี้

          ใกล้จะเข้าสู่ศักราชใหม่กันแล้ว หลายๆ บริษัท หลายๆ องค์กร ก็อาจจะกำลังปรับตัวไปสู่กลยุทธ์ใหม่ๆ นโยบายใหม่ๆ เลยเป็นโอกาสดีที่ WOLF จะได้พาทุกคนมารู้จักกับ ‘WOLF ISO’ ระบบซอฟต์แวร์ที่ช่วยควบคุมดูแลมาตรฐาน ISO ให้กับบรรดาธุรกิจอุตสาหกรรม สำหรับเป็นตัวเลือกใหม่ ที่จะนำมาปรับใช้กับองค์กร ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่มีความโดดเด่นและแตกต่างจากซอฟต์แวร์ตัวอื่นในท้องตลาดอยู่มาก เราไปทำความรู้จักพร้อมๆ กันทีละข้อเลยดีกว่า

          – ทำงานบน Cloud Technology

.

          ‘WOLF-ISO’ เป็นระบบบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐานสากล ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยทำงานบน Cloud Technology ซึ่ง Cloud Technology คือระบบการทำงานที่มีความทันสมัย รองรับการทำงานอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบเครือข่าย การจัดเก็บข้อมูล การทดสอบระบบหรือติดตั้งฐานข้อมูล หรือการใช้งานซอฟต์แวร์เฉพาะด้านในธุรกิจต่างๆ โดยที่ไม่ต้องติดตั้งระบบไว้ที่สำนักงานให้ยุ่งยาก แต่สามารถใช้งานได้ด้วยการเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ต จึงทำให้สามารถเข้าถึงจากที่ใดก็ได้

          – พัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน ISO

.

          ‘WOLF-ISO’ เป็นซอฟต์แวร์ที่ต้องช่วยควบคุมดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO ดังนั้น การที่ซอฟต์แวร์ตัวนี้ ถูกพัฒนาขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน ISO ก็เพื่อความถูกต้องครบถ้วนในการดำเนินงานภายในมาตรฐาน ISO อย่างไม่ตกหล่น รวมไปถึงควบคุมการทำงานขอบซอฟต์แวร์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

          – ไม่มีทักษะด้าน IT ก็ใช้งานได้

.

          ‘WOLF-ISO’ ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย พนักงานที่ไม่มีทักษะด้าน IT ก็สามารถเรียนรู้และใช้งานได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เนื่องจากหลายๆ องค์กร มีพนักงานที่มีความหลากหลายด้าน Demographic มีพื้นฐานความรู้ ทักษะไม่เท่ากัน การออกแบบซอฟต์แวร์ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจึงเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นมากสำหรับองค์กรในยุคนี้

          – ประหยัดเวลา

.

          ‘WOLF-ISO’ ถูกออกแบบมาเพื่อให้รับคำสั่งและดำเนินงานอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงทำงานบนระบบดิจิทัล ไม่ใช่แมนนวลอย่างเช่นแต่ก่อน จึงสามารถลดระยะเวลาการทำงานลงไปอย่างเห็นได้ชัด สามารถใช้ระยะเวลาที่เหลือจากการดำเนินงาน นำไปบริหารเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับองค์กรในด้านอื่นๆ ได้อีกด้วย

          – ไม่ใช้กระดาษ (Paperless)

.

          ‘WOLF-ISO’ เป็นระบบที่ทำงานแบบไร้กระดาษ หรือ Paperless ด้วยเทรนด์ของโลกยุคใหม่ที่มีความเป็นมิตรต่อโลก ซึ่งก็ส่งผลดีในด้านธุรกิจด้วย ก็คือช่วยลดต้นทุนในด้านเอกสาร อุปกรณ์จัดเก็บเอกสาร อุปกรณ์การพิมพ์ต่างๆ ถือว่าช่วยเซฟเงินให้องค์กรได้มากในยุคที่เศรษฐกิจมีความท้าทายแบบนี้

          – มีระบบควบคุมเอกสารที่น่าสนใจ

.

          ระบบควบคุมดูแลเอกสาร หรือ Document Control เป็นฟังก์ชันหนึ่งที่น่าสนใจของ ‘WOLF-ISO’โดยเป็นฟังก์ชันที่ใช้สำหรับบริหารจัดการกระบวนการควบคุมเอกสาร ตามข้อกำหนด ISO 9001 เรื่องการควบคุมเอกสารนั่นเอง

          โดยระบบจะทำหน้าที่ระบุเป็นข้อกำหนดต่างๆ เช่น ที่จัดเก็บในระบบจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้มีสิทธิ์ก่อนการประกาศใช้, เอกสารที่จุดใช้งานจะต้องเป็น Version ล่าสุดเท่านั้น, เอกสารจะต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยัง Version ก่อนหน้า เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันพิเศษที่เพิ่มเติมเข้ามา เช่น การค้นดูเอกสารทั้งหมดที่ประกาศใช้ในระบบ และการดูเอกสาร Version ก่อนๆ ย้อนหลัง

          ในส่วนของฟังก์ชันการสร้างเอกสารใหม่ ระบบจะดำเนินการไปยังผู้อนุมัติในลำดับต่างๆ ตามแต่ประเภทเอกสาร สิทธิ์ในการเข้าถึงเอกสาร ก็จะมีการกำหนดหลังจากประกาศใช้ว่าเอกสารที่ประกาศใช้ดังกล่าว มีใครสามารถเข้าถึงเอกสารได้บ้าง ทำให้เอกสารมีความถูกต้องและปลอดภัยอย่างมาก

          – มีระบบการตรวจสอบติดตามในองค์กร

.

          การตรวจสอบติดตามในองค์กร หรือ Internal Audit ก็เป็นฟังก์ชันหนึ่งของ ‘WOLF-ISO’ ที่จะช่วยให้การดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO นั้นเป๊ะยิ่งขึ้น โดยฟังก์ชันนี้ใช้สำหรับ บริหารจัดการเรื่องการตรวจติดตาม ถ้าขยายความก็คือ หากบริษัทมีการ Compile มาตรฐาน ISO แล้ว จะต้องมีการตรวจสอบจาก Certified Body อย่างสม่ำเสมอ อาจจะปีละครั้ง หรือสามปีครั้ง

          ซึ่งหากตรวจสอบแล้ว บริษัทไม่ได้ทำตามขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เขียนไว้ในเอกสาร อาจจะทำให้บริษัทหลุดออกจากการ Compile มาตรฐาน ISO ก็เป็นได้ เพราะไม่ได้ทำตามขั้นตอนการควบคุมคุณภาพ หรือมาตรฐานอื่นๆ แล้วหัวหน้างานหรือผู้บริหารจะรู้ได้อย่างไร ว่าขั้นตอนที่อยู่ในเอกสารทั้งหมดที่ประกาศใช้อยู่นั้น พนักงานในองค์กร ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนครบถ้วนสมบูรณ์ เนื่องจากในข้อกำหนด หรือขั้นตอนบางเรื่องที่ระบุอยู่ในเอกสาร อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องความปลอดภัย อันอาจส่งผลกระทบต่อ ชีวิตและทรัพย์สิน และเกี่ยวข้องกับการรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานในย่อหน้าก่อน จึงต้องมีหน่วยงาน Internal Audit ขึ้นมาตรวจสอบการทำงานของพนักงานในองค์กร ว่าสอดคล้องกับเอกสารหรือไม่

          โดยระบบนี้จะมีหน้าที่ เช่น การตั้งแผนงานของผู้ตรวจสอบ, การทำ Checklist สำหรับให้ผู้ตรวจสอบระบุว่า ในการตรวจสอบแต่ละครั้งนั้น จะตรวจสอบเรื่องอะไรบ้าง การรายงานผลการตรวจสอบ ระบุเป็นข้อว่า จาก Checklist ที่เข้าไปทำการตรวจสอบ มีข้อใดบ้างที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอนการปฏิบัติงาน

          – มีระบบรายงานข้อบกพร่องและการป้องกัน

.

          ฟังก์ชันของการรายงานข้อบกพร่องและการป้องกัน หรือ CAR (Corrective Action Request) ก็มีความสำคัญและขาดไม่ได้ใน ‘WOLF-ISO’ ฟังก์ชันนี้มีหน้าที่ บริหารจัดการติดตามการแก้ไขข้อบกพร่อง และการป้องกันข้อบกพร่องที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

          โดยที่ระบบจะเปิดให้สามารถ รายงานได้จาก 2 ช่องทางด้วยกัน ได้แก่
1. ในกรณีที่ Internal Audit เข้าไปตรวจสอบ แล้วพบว่า พนักงานไม่ได้ทำตามขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ระบุไว้ในเอกสาร จะทำการเปิด ใบ CAR
2. กรณีที่มีผู้พบการทำงานผิดไปจากขั้นตอน ก็สามารถเข้ามาเปิดใบ CAR ไปให้ผู้เกี่ยวข้องได้ด้วยเช่นกัน เช่น มีพนักงานไม่สวมถุงมือ เข้าไปในไลน์ผลิต เป็นต้น

          โดยการเปิด CAR นั้นทำเพื่อร้องขอให้มีการแก้ไข โดยจะมีการติดตามผล ว่ามีการแก้ไขข้อบกพร่องแล้วหรือยัง และมีการแก้ไข ในหลายระดับ เช่น ระยะสั้น แก้ไขอย่างไร ระยะกลาง/ระยะยาว จะแก้ไขอย่างไร รวมถึง การป้องกันไม่ให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นอีกในอนาคตด้วย ถือเป็นอีกฟังก์ชันที่จะทำให้การดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น

          – มีความน่าเชื่อถือ

.

          ‘WOLF-ISO’ เป็นซอฟต์แวร์ที่ถูกผลิตโดยบริษัท TechCons Biz ที่มีความเชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์องค์กรมาอย่างยาวนาน เป็นที่รู้จักและได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำในไทยมากมาย รวมถึงองค์กรยุคใหม่อย่าง SME ด้วย

          หากในปี 2021 องค์กรใดอยากเพิ่มขีดความสามารถของตัวเอง มั่นใจได้เลยว่า ‘WOLF-ISO’ จะเป็นตัวช่วยให้องค์กรของคุณก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

www.wolfiso.com

 : (+66) 2 634 4409

✉️ : info@techconsbiz.com

Line@ : @techconsbiz

Related